วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ผักติ้ว กับคุณประโยชน์และการรักษามะเร็ง

ผักติ้ว กับคุณประโยชน์และการรักษามะเร็ง
          ผักสีสวย แดง ๆ ส้ม ๆ เขียวอ่อน ใครจะคิดว่าจะมีคุณประโยชน์เหลือหลาย มากกว่าแค่นำมาทานเป็นผักเครื่องเคียงอาหาร อย่างผักใบสวยชนิดหนึ่ง ที่คนใต้นิยมเอามาทานกับขนมจีน
          ผักติ้ว เป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร ลำต้นมียางสีเหลือง ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนเกือบมน ผิวใบมีขนทั้ง 2 ด้าน จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า "ติ้วขน" ผักติ้วจะมียอดอ่อนเป็นสีแดง รสฝาดปนเปรี้ยว เมื่อใบแก่เป็นสีเขียวสด
          ส่วนดอกเป็นสีชมพูอ่อน ออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งก้านเหนือรอยแผลใบ และก้มีผลกลม ๆ เมื่อผลแก่ แตกอ้า ภายในมีเมล็ดรูปไข่ หรือรูปกระสวย พบขึ้นตามป่าธรรมชาติทั่วทุกภาคของประเทศไทย
          ผักติ้ว บางคนก็เรียกว่า ผักแต้ว แล้วก็มีอีกหลาย ๆ ชื่อ เช่น ติ้วขน ติ้วส้ม แต้วหอม หรือแต้วหิน คนส่วนใหญ่นิยมจะนำใบนำมากินเป็นผัก ให้รสเปรี้ยว ปนฝาด ทั้งกินกับพริก ลาบ หรือแหนมเนือง ใส่แดงเลียง แกงส้ม หรือต้มยำ
          คุณประโยชน์ของผักติ้วนั้นก็เหลือหลาย ทั้งเป็นอาหาร เป็นวัสดุทำอุปกรณ์ เป็นยาดี และที่สำคัญมีคนบอกว่ารักษามะเร็งได้ด้วย แต่จะจริงหรือไม่ เรามีคำตอบ

      ผักติ้ว
ภาพจาก emaginfo

คุณประโยชน์จากผักติ้ว
          อย่างที่บอกไปว่าผักติ้วนั้นมีคุณประโยชน์สารพัด ทีนี้เรามาดูกันสิว่า จะมีอะไรกันบ้าง
           1. ในผักติ้วหนัก 100 กรัม จะมีเส้นใยอาหารอยู่ 1.4 กรัมช่วยป้องกันอาการท้องผูก มีแคลเซียม 67 มิลลิกรัม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน มีไนอะซิน 3.1 มิลลิกรัม มีบทบาทต่อกระบวนการเผาผลาญสารอาหารและการทำงานของระบบประสาท วิตามินซี 56 มิลลิกรัม ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กและช่วยให้แผลหายเร็ว ผักติ้วยังมีเบตาแคโรทีนและวิตามินเออยู่สูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและบำรุงสายตา
           2. ยอดอ่อน นิยมรับประทานเป็นผักเคียงกับ ลาบ ก้อย น้ำตก แหนมเนืองเวียดนาม ตามที่กล่าวข้างต้น ส่วนภาคใต้รับประทานกับขนมจีนใต้รสชาติ อร่อยมาก
           3. ดอกผักติ้ว มีสีขาวหรือสีชมพูอ่อน ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ นำมากินเป็นผักได้เช่นเดียวกับยอดและใบอ่อน ไม้จากต้นผักติ้วก็ยังมีประโยชน์ไม่น้อย เพราะเนื้อไม้แข็ง จึงใช้ทำเสา ด้ามจอบเสียม หรือเผามาทำฟืน
          4. ราก ผสมกับหัวแห้วหมู และรากปลาไหลเผือกต้มน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัด ประโยชน์ทางอาหาร ส่วนสรรพคุณทางยาไทยนั้น ใช้รากผสมกับหัวแห้วหมูและรากปลาไหลเผือก ต้มเอาเฉพาะน้ำ ดื่มวันละ 3 มื้อ เพื่อขับปัสสาวะและแก้ปัสสาวะขัด รากและใบต้มน้ำดื่มแก้ปวดท้อง เปลือกต้นและใบตำผสมน้ำมันมะพร้าวทาแก้โรคผิวหนัง แม้แต่น้ำยางจากเปลือกต้นก็ใช้ทาแก้คันได้
          5. สารสกัดจากผักติ้ว ในงานวิจัยของนิสิตโครงการปริญญาเอก กาญจนาภิเษก (คปก.) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า สารสกัดจาก "ผักติ้ว" สามารถนำไปใช้ในการยับยั้งกลิ่นหืนในอาหารได้ โดยเอายอดอ่อนของ "ผักติ้ว" ที่คนอีสานนิยมรับประทานเป็นผักเคียงกับลาบ ก้อย และแหนมเนืองเวียดนาม ไปเข้ากระบวนการสกัดผสมกับ "เอทานอล" และขั้นตอนอีกหลายขั้นตอนจะได้สารจาก "ผักติ้ว" ชื่อ "คอลโรจินิกแอซิก" นำไปใช้เป็นสารสกัดธรรมชาติป้องกันกลิ่นหืนของอาหารดีมาก

ดอกผักติ้ว




 ผักติ้วกับการรักษามะเร็ง

          มีการวิจัยเกี่ยวกับผักติ้วว่า ผักติ้วนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ชื่อว่า กรดคลอโรเจนนิคสูง เมื่อเทียบกับสารโพลีฟีนอลทั้งหมด โดยกรดคลอโรเจนนิคนี้เป็นสารที่ป้องกันการทำลายดีเอ็นเอได้ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า "ผักติ้ว" ยังมีฤทธิ์หยุดยั้งการเจริญของของเซลล์มะเร็งตับได้ โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติด้วย แต่ทั้งนี้ สารดังกล่าว ไม่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งตับ (HepG2 / cells) ได้

   ผักติ้วนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการนานาประการ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิด และอายุของยอดใบอ่อนหรือใบแก่
คุณค่าทางโภชนาการของผักติ้ว (ยอดอ่อน,ใบอ่อน,ดอก) ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 58 กิโลแคลอรี่
น้ำ 85.7 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 8.2 กรัม
เถ้า 0.6 กรัม
โปรตีน 2.4 กรัม
ไขมัน 1.7 กรัม
เส้นใยอาหาร 1.4 กรัม
วิตามินเอ 7,500 หน่วยสากล
วิตามินบี2 0.67 มิลลิกรัม
วิตามินบี1 0.04 มิลลิกรัม
วิตามินบี3 3.1 มิลลิกรัม
วิตามินซี 56 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส 19 มิลลิกรัม
ธาตุแคลเซียม 67 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 2.5 มิลลิกรัม

ผักติ้วนอกจากจะมีส่วนประกอบทางเคมีแล้ว ผักติ้วก็มีกรดคลอโรเจนนิคที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และอุดมด้วยวิตามิน บี ซี เค แร่ธาตุต่าง ๆ เส้นใย เช่นเดียวกับผักอื่น ๆ

          ผักทุกชนิดจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่คล้าย ๆ กัน ดังนั้นเวลาที่เราจะทานผักแล้ว เราไม่ควรจะทานแค่ผักอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะการทานซ้ำอยู่อย่างเดียว ก็อาจทำให้เราได้รับสารอาหารนั้นต่อสุขภาพมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้

        ผลการทดลองในเบื้องต้นจากพบว่าใบติ้วมีฤทธิ์ต้านมะเร็งตับ แต่การวิจัยยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการที่จะต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ซึ่งผู้วิจัยจะต้องทำการทดลองเพื่อหาสารสำคัญในผักติ้ว และศึกษากลไกที่ชัดเจนของพืช ทำให้ในเบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ใบติ้วกินแล้วดี มีประโยชน์ สามารถต้านมะเร็งตับได้ ส่วนด้านการรักษานั้นยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองให้แน่ชัด
     อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการวิจัยจะยังไม่เสร็จสิ้น แต่อย่างน้อยก็พบว่า ผักติ้วที่ชาวบ้านนิยมบริโภค นำมาเป็นเครื่องเคียงในอาหารประเภทลาบก้อย หรือแหนมเนือง มีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ขณะเดียวกันก็ต้องศึกษา วิจัยและทดลองว่า ผักติ้วซึ่งมีรสชาดคล้ายๆ กับใบกระโดนที่มีสารที่ทำให้เกิดโรคนิ่วได้จะมีสารที่ก่อให้เกิดโรคนิ่วหรือไม่ ซึ่งจะต้องมาสกัดเป็นสารบริสุทธิ์และนำไปทดลองต่อไป นอกจากนี้แล้ว ยังได้นำสารสกัดหยาบจากใบติ้วไปเลี้ยงกับเซลล์มะเร็งเม็ดเลือด เซลล์ไต เซลล์มะเร็งเต้านมต่อไป ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะสามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์เพื่อยับยั้งและป้องกันโรคร้ายอย่างโรคมะเร็งได้
ขอบคุณ:http://health.kapook.com/,http://www.oknation.net/


วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เวลาที่ดีที่สุดของการดื่มกาแฟ

เวลาที่ดีที่สุดของการดื่มกาแฟ คือ 

    ผู้คนส่วนใหญ่จะคิดว่าช่วงเวลาการดื่มกาแฟที่ดีที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ หากแต่ที่จริงแล้วคาเฟอีนในกาแฟจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดถ้าบริโภคเวลา 10.30 น.
เว็บไซต์เดลิเมล์ ได้ให้ข้อมูลจาก สตีเว่น มิลเลอร์ นักประสาทวิทยาจากUniformed Services University of the Health Sciences (USUHS) ในรัฐแมรี่แลนด์ ระบุว่า การดื่มกาแฟจะได้ผลดีที่สุด เมื่อระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายต่ำ ในช่วง 09.30-11.30 น. ซึ่งคาเฟอีนในกาแฟจะเข้ากับฮอร์โมนดังกล่าวได้ดี ส่วนระดับของคอร์ติซอลจะสูงในช่วง08.00-09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเหมาะสมในการตื่นนอน และจะค่อยๆลดลงใน 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น
ดังนั้น หากตื่นนอนในช่วง 9โมงเช้า ทิ้งระยะให้คอร์ติซอลลดระดับลงราว 1 ชั่วโมง ช่วงเวลาการดื่มกาแฟ นั่นคือเวลา 10โมงครึ่งพอดี
นอกจากนี้ระดับคอร์ติซอลจะสูงสุดในเวลาอาหารกลางวัน และเวลา 17.30-18.30 น. หมายความว่า ช่วงเวลาเหล่านี้ไม่เหมาะที่จะดื่มกาแฟ ถ้าดื่มเข้าไปประสิทธิภาพของคาเฟอีนจะไม่ช่วยให้ตื่นตัวเท่าใดนัก
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่แปลกที่ว่า บางทีเมื่อดื่มกาแฟตอนเช้าตรู่แล้ว จะรู้สึกว่าต้องการกาแฟอีก หรือต้องการเพิ่มความเข้มของกาแฟ
ใครที่อยากได้รับพลังจากคาเฟอีนแบบเต็มประสิทธิภาพ ก็สามารถทำตามการศึกษานี้ได้เลย
ขอบคุณ:http://www.haaksquare.com/th/node/2706

โปรโมชั่นรับวันตรุษจีน


โปรโมชั่นรับวันตรุษจีน



ซื้อ ฟอเรสต้าคอลลาเจน 2 กล่อง แถม  1 กล่อง ในราคา 1350 บาท จากราคาเต็ม(15ซอง) กล่องละ 790 บาท เหลือกล่องละ 450
บาท จากซองละ 52.22บาท เหลือ ซองละ 30 บาท

สั่งซื้อ ได้ที่ ธนภัทร สังเกตกิจ(โบ๊ต)  085 845 5355 หรือ line ID : unknowname

วันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์



วันวาเลนไทน์ นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของเทพและเทพธิดาของโรมัน ต่อมากรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง  ผู้ชายโรมันจำนวนมากไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป จักรพรรดิจึงประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารมาเข้าร่วมรบในศึกสงคราม  และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิ ประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงาน และงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม แต่ก็ยังมีนักบุญผู้ใจดีในกรุงโรมคนหนึ่งชื่อนักบุญ " วาเลนไทน์ " ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยาก และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย
           จากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์  

สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็นเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมัน



สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็นเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมัน


โปรโมชั่นรับวันวาเลนไทน์

 ซื้อ ฟอเรสต้าคอลลาเจน 2 กล่อง แถม  1 กล่อง ในราคา 1500 บาท จากราคาเต็ม กล่องละ 790 บาท X 3 =  2370 บาท ประหยัด 870 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หมดเขต 15 กุมภาพันธ์ 2558.
สั่งซื้อ ได้ที่ ธนภัทร สังเกตกิจ(โบ๊ต)  085 845 5355 หรือ line ID : unknowname

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ริ้วรอยบนใบหน้ากับท่านอนของสาวๆ

ริ้วรอยบนใบหน้ากับท่านอนของสาวๆ



 สาวๆ หลายคนมีท่านอนประจำ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก พอเปลี่ยนท่าทีก็จะทำให้นอนไม่หลับ  ท่านอนก็มีผลกับสุขภาพและหน้าสวยเด้งของสาวๆ ด้วยนะ

   บางครั้งเวลาตื่นนอน ดูไม่สดใส มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า นั่นเป็นเพราะสาเหตุของการนอนที่ผิดวิธี หรือ อาจใช้อุปกรณ์ในการนอนไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะมีผลระยะยาวทำให้ใบหน้าเราเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยได้ง่ายกว่าปกติ

นอนตะแคง

      การนอนตะแคงเป็นท่านอนที่สาวๆ ควรเลี่ยง อย่างยิ่ง หรือถ้าติดเป็นนิสัยแล้วแนะนำให้นอนตะแคงขวา จะดีกว่าตะแคงซ้าย เพราะเป็นท่าที่หลับสบาย และด้านขวาร่างกายเราจะไม่กดทับหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานสะดวก เลือดไหลเวียนได้ดี ทั้งนี้สาวๆ ควรปรับเปลี่ยนไม่นอนตะแคงทั้งคืนเพราะสาเหตุคือ อาจมีผลทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ เนื่องจากถูกการบีบกดกับหมอน หรือ ผ้าปูที่นอนเป็นต้น

นอนคว่ำ

      การนอนคว่ำนั้นจะทำให้หน้าของเราถูกกดทับไปทั้งหน้า ทำให้ครีมที่ทาไว้ทั้งคืนอาจเปื้อนและระเหยออกไปติดหมอนได้ และประสิทธิภาพต่างๆ ของครีมก็ลดน้อยลง หากจำเป็นที่ต้องนอนคว่ำหน้าเช่น เวลาไปทำสปา หรือ นวดต่างๆ ควรใช้หมอนรองใต้หน้าอกเพื่อไม่ให้ปวดเมื่อยต้นคอ และกล้ามเนื้อคอ

นอนหงาย

      ท่านี้เหมาะกับการนอนที่สุด เพราะใบหน้าจะไม่ถูกบีบรัดหรือรบกวนจากปลอกหมอน ทำให้เมื่อตื่นมาหน้าตาจะสดชื่นไม่มีริ้วรอยให้กังวลใจ แต่ทั้งนี้การนอนหงายก็ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคปอด และโรคหัวใจ เพราะกล้ามเนื้อกระบังลมจะกดทับปอดทำให้หายใจไม่สะดวกอาจทำให้มีอาการกำเริบได้

      นอกจากท่านอนที่ถูกต้องแล้วนั้น ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงสิ่งอื่นอีก ซึ่งก็คืออุปกรณ์ในการนอนต่าง ไม่ว่าจะเป็น ที่นอน ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ในการนอนด้วย และการเลือกที่นอน ก็ควรเลือกให้มีความหนาแน่นพอสมควร และไม่ควรนิ่ม หรือแข็งจนเกินไป
 
       และสำหรับคนที่รูปร่างค่อนข้างใหญ่ หรืออ้วนอาจเลือกที่นอนที่มีความแข็งแรงมีความแน่นเป็นพิเศษ สามารถรับน้ำหนักตัวได้ดี ทั้งนี้ควรหมั่นทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำ เมื่อครบ6 เดือนให้กลับที่นอนอีกด้านขึ้นมาใช้ เป็นต้น ส่วนหมอนแนะนำให้ใช้ขนาดพอดีที่ไม่หนา หรือ แบนเกินไป เช่น หมอนแบบใยสังเคราะห์ และหมอนแบบโฟมลาเทกซ์ เป็นต้น และหากคุณสามารถนอนให้ตรงเวลา คือไม่ดึกจนเกินไป ตื่นตามเวลา ก็จะมีผลต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ทำให้เซลล์ต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายก็จะแข็งแรง ตื่นมาตอนเช้าหน้าตาจะไม่เหี่ยวย่น กระจ่างสดใส อย่างแน่นอน
ที่มา:http://www.thaiza.com/